บทที่ 6 งานเลี้ยงตระกูลกู้ และแมลงหวี่ที่รนหาที่ตาย

ณ คฤหาสน์หลักตระกูลกู้ ย่านใจกลางเมือง

ขบวนรถโรลส์-รอยซ์แล่นผ่านประตูเหล็กดัดสีทองอร่ามที่สลักตราสัญลักษณ์ 'ตระกูลกู้' เข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์หลังมหึมาที่สว่างไสวราวกับพระราชวัง ทันทีที่ประตูรถเปิดออก 'จิ่งถิงโจว' บุรุษผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ก็ก้าวลงมาก่อน และประคองมือ 'กู้หว่านอี' ลงมาอย่างทะนุถนอม

ทว่า บรรยากาศโรแมนติกกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกระแทกไม้เท้าดัง 'ปัง!'

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนตระกูลจิ่ง! ปล่อยมือจากหลานสาวสุดที่รักของฉันเดี๋ยวนี้นะ!"

'อาจารย์ลู่' หรือ กู้จง ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนผู้เร้นกาย ยืนจังก้าอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความเมตตาบัดนี้ถมึงทึงราวกับพญายักษ์หวงสมบัติ ข้างๆ ท่านคือประธานกู้และฮูหยินกู้ที่ยืนกอดอกมองจิ่งถิงโจวด้วยสายตาจับผิด

จิ่งถิงโจวไม่มีท่าทีหวาดหวั่น เขากลับโค้งคำนับผู้อาวุโสทั้งสามด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ซึ่งเป็นภาพที่หากนักข่าวสายเศรษฐกิจมาเห็นคงช็อกจนตาถลน เพราะประธานบริหารแห่ง 'จิ่งกรุ๊ป' มหาอำนาจที่แม้แต่ประธานาธิบดียังต้องเกรงใจ ไม่เคยค้อมหัวให้ใครหน้าไหนในโลกใบนี้!

"สวัสดีครับคุณปู่ คุณลุง คุณป้า" จิ่งถิงโจวเอ่ยเสียงนุ่มนวล "ผมพาหว่านหว่านกลับมาส่งทานข้าวเย็นตามที่สัญญาไว้แล้วครับ"

"หว่านหว่านของนายตั้งแต่เมื่อไหร่!" อาจารย์ลู่แค่นเสียง "หลานสาวของฉันเพิ่งจะหลุดพ้นจากนรกตระกูลฟู่ หลุดพ้นจากการเป็นคนรับใช้ให้ไอ้สวะนั่นมาตั้งสามปี ฉันยังไม่ทันได้กอดให้ชื่นใจ แกก็ฉวยโอกาสตอนที่แกไปจัดการเรื่องระงับเม็ดเงินและดึงเช็คค้ำประกันเงินกู้ของตระกูลฟู่ มาฮุบหลานสาวฉันไปซะแล้ว!"

กู้หว่านอีรีบเดินเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นปู่ "คุณปู่คะ อย่าดุพี่ถิงโจวเลยค่ะ เขาช่วยหนูเก็บกวาดขยะสองชิ้นนั้น แถมยังออกคำสั่งไม่ให้ใครในเมืองหลวงกล้าหยิบยื่นแม้แต่เศษข้าวให้พวกตระกูลฟู่กินอีก ถือว่าเขาทำความดีความชอบนะคะ"

ประธานกู้ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจของประเทศ ถอนหายใจยาว ก่อนจะมองหน้าจิ่งถิงโจวด้วยสายตาจริงจัง "ถิงโจว ฉันรู้ว่าเธอรักและตามหาหว่านอีมาตลอดสามปีที่เธอหายตัวไป แต่ฐานะของหว่านอีตอนนี้คือทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลกู้ การที่เธอเคยไปตกระกำลำบากแต่งงานกับไอ้ฟู่ซือเยว่ ถือเป็นรอยด่างพร้อยที่พวกปากหอยปากปูในสังคมชั้นสูงอาจเอาไปนินทาได้ ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวฉันต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอีก"

"เรื่องนั้นคุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงครับ" จิ่งถิงโจวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววเด็ดเดี่ยว "ผมขออนุญาตคุณลุงคุณป้าและคุณปู่... ผมจะเป็นคนประกาศให้คนทั้งประเทศรู้เองว่า กู้หว่านอี คือผู้หญิงที่ผม จิ่งถิงโจว จะใช้ชีวิตที่เหลือปกป้อง ใครกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ มันผู้นั้นจะต้องถูกลบชื่อออกจากประเทศนี้"

ประธานกู้และฮูหยินกู้มองหน้ากัน ก่อนที่ฮูหยินกู้จะแย้มยิ้มออกมาบางๆ "ถ้าอย่างนั้น... มะรืนนี้ ตระกูลกู้ของเราจะจัด 'งานเลี้ยงแกรนด์กาล่า' ที่โรงแรมแกรนด์อิมพีเรียล เพื่อประกาศการกลับมาของคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ให้เป็นทางการ ถือโอกาสนี้ล้างไพ่และประกาศศักดาให้พวกตาขาวมันรู้ว่า... เพชรเม็ดงามของตระกูลกู้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะมาเหยียบย่ำได้!"

สามวันต่อมา ณ งานเลี้ยงแกรนด์กาล่า โรงแรมแกรนด์อิมพีเรียล

โรงแรมระดับเจ็ดดาวที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวงถูกปิดเหมาทั้งชั้น ค่ำคืนนี้คือค่ำคืนที่รวมมหาเศรษฐี นักการเมือง และผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทั้งประเทศมารวมตัวกัน ขบวนรถหรูจอดเรียงราย แสงแฟลชจากกองทัพนักข่าวสว่างวาบไม่ขาดสาย ทุกคนต่างอยากเห็นโฉมหน้าของ 'คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้' ทายาทหมื่นล้านที่ถูกปิดบังตัวตนมานาน

ขณะเดียวกัน ที่ตรอกมืดๆ ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ชายจรจัดสภาพมอมแมม ผมเผ้ารุงรัง กำลังคุ้ยเขี่ยกองขยะหาเศษอาหารประทังชีวิต เขาคือ 'ฟู่ซือเยว่' อดีตประธานฟู่กรุ๊ปที่เคยหยิ่งผยอง

ฟู่ซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองจอยักษ์หน้าโรงแรมที่กำลังถ่ายทอดสดบรรยากาศงานเลี้ยง เขามองเห็นภาพคฤหาสน์ตระกูลกู้ที่ยิ่งใหญ่ และภาพของ 'กู้หว่านอี' ที่กำลังจะเปิดตัวในฐานะนางพญาแห่งวงการธุรกิจ น้ำตาแห่งความสำนึกผิดและสิ้นหวังไหลอาบแก้มที่เปื้อนฝุ่น

เขาจำได้ดีถึงวันที่เขาฟาดฝ่ามือลงบนแก้มของเธอ วันที่แม่ของเขาโยนเงินห้าแสนหยวนด่าว่าเธอเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ และวันที่เขาบังคับให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อไปรับผิดชอบผู้หญิงแพศยาอย่างป๋ายรั่วซี ตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ในขณะที่อดีตภรรยาของเขากำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก... นี่คือผลกรรมที่หมาป่าตาขาวอย่างเขาต้องชดใช้!

ภายในโถงจัดเลี้ยงสุดหรู

แขกเหรื่อระดับวีไอพีกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตราชั้นนำ

"นี่ๆ ได้ยินข่าวลือไหมว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ที่หายตัวไปสามปี จริงๆ แล้วแอบหนีไปแต่งงานกับประธานบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อฟู่กรุ๊ปน่ะ"

"ฮ่าๆๆ จะเป็นไปได้ยังไง! ระดับทายาทตระกูลกู้เนี่ยนะจะลดตัวไปแต่งงานกับไอ้บริษัทกระจอกๆ นั่น ฉันได้ยินมาว่าประธานฟู่เพิ่งโดนยึดทรัพย์ล้มละลายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่เหรอ ขยะแบบนั้นไม่มีทางได้แตะต้องชายกระโปรงของคุณหนูตระกูลกู้หรอก!"

กลุ่มคุณหญิงคุณนายกำลังซุบซิบกันอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวในชุดเดรสราตรีสีดำขลับประดับเพชรเม็ดงาม กำลังยืนจิบแชมเปญฟังอยู่เงียบๆ ที่มุมระเบียง

เธอคือ 'ซ่งหย่าซิน' คุณหนูรองแห่งตระกูลซ่ง ตระกูลผู้ดีเก่าที่มีอิทธิพลรองลงมาจากตระกูลกู้เพียงเล็กน้อย ซ่งหย่าซินเป็นหญิงสาวที่หยิ่งผยองและหลงตัวเองขั้นสุด เธอแอบหลงรักจิ่งถิงโจวมานานนับปี และเชื่อมั่นว่าตำแหน่งนายหญิงแห่งจิ่งกรุ๊ปจะต้องเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น

"น่ารำคาญจริงๆ" ซ่งหย่าซินเบ้ปาก "คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้อะไรกัน ก็แค่อีตาแก่ตระกูลกู้สร้างกระแสเท่านั้นแหละ ต่อให้มันรวยแค่ไหน ก็คงจะหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าโผล่หัวออกมาตั้งหลายปีล่ะสิ พี่ถิงโจวของฉันไม่มีทางชายตามองผู้หญิงแบบนั้นแน่"

ซ่งหย่าซินวางแก้วแชมเปญลงและเดินก้าวฉับๆ ออกไปทางห้องน้ำวีไอพีเพื่อเติมหน้า แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเลี้ยวตรงมุมทางเดิน เธอก็เดินชนเข้ากับร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งอย่างจัง

"โอ๊ย! เดินประสาอะไรของแกเนี่ย ไม่มีตาหรือไง!" ซ่งหย่าซินตวาดแหวพลางปัดชุดราตรีราคาแพงของตนเองอย่างรังเกียจ

หญิงสาวที่ถูกชนเงยหน้าขึ้น เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูสีน้ำเงินเข้ม ไร้เครื่องประดับฉูดฉาด แต่ใบหน้าสะสวยงดงามนั้นกลับมีเสน่ห์ดึงดูดจนน่าขนลุก ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและว่างเปล่า

กู้หว่านอีเพิ่งเดินออกมาจากห้องรับรองส่วนตัวเพื่อจะไปสูดอากาศ เธอปรายตามองซ่งหย่าซินด้วยสายตาเรียบเฉย "คุณเป็นคนเดินมาชนฉันเองนะคะ ทางเดินตั้งกว้างขวาง"

"นี่แกกล้าย้อนฉันเหรอ!" ซ่งหย่าซินเบิกตากว้าง ก่อนจะเพ่งมองใบหน้าของกู้หว่านอีชัดๆ แล้วจู่ๆ เธอก็เบิกตากว้างขึ้นอีก คล้ายกับนึกอะไรออก "เดี๋ยวระ... ใบหน้าแบบนี้... ฉันจำได้แล้ว! แกคือ 'หลินหว่านอี' อดีตเมียของประธานฟู่กรุ๊ปที่เพิ่งล้มละลายไปนี่นา!"

ซ่งหย่าซินเคยเห็นรูปของหลินหว่านอีผ่านๆ จากข่าวกอสซิปในแวดวงธุรกิจ ตอนที่ตระกูลฟู่ล้มละลายและมีข่าวลือหนาหูว่าประธานฟู่หย่ากับเมียหลวงเพื่อไปคว้าเมียน้อย

"ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็ผู้หญิงชั้นต่ำที่เพิ่งโดนผัวทิ้งนี่เอง!" ซ่งหย่าซินหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง เสียงของเธอดังจนเริ่มดึงดูดความสนใจของแขกเหรื่อบริเวณใกล้เคียง "นี่แกลักลอบเข้ามาในงานระดับไฮคลาสแบบนี้ได้ยังไง? รปภ.ปล่อยให้หมาขี้เรื้อนที่โดนผัวทิ้งแอบเข้ามาจับผู้ชายรวยๆ ในงานนี้ได้ยังไงเนี่ย!"

กู้หว่านอียืนนิ่ง แววตาของเธอไม่มีความโกรธ มีเพียงความสมเพชที่ส่งให้ผู้หญิงสมองกลวงตรงหน้า "คุณคงเป็นคุณหนูตระกูลซ่งสินะคะ... ปากสว่างดีจริงๆ"

"แกกล้าด่าฉันเหรอ นังผู้หญิงหิวเงิน!" ซ่งหย่าซินแผดเสียง ชี้หน้ากู้หว่านอี "คนอย่างแกมันก็แค่ขยะตระกูลฟู่! ฉันได้ยินมาว่าแกยอมเป็นคนใช้ซักกางเกงในให้พวกมันมาตั้งสามปี โดนแม่ผัวโยนเศษเงินห้าแสนหยวนใส่หน้าแล้วไล่ตะเพิดออกมาไม่ใช่หรือไง แล้วนี่อะไร... เอาเงินห้าแสนนั่นไปเช่าชุดเดรสถูกๆ มาสวมรอยเป็นผู้ดี หวังจะมาอ่อยผู้ชายในงานนี้ล่ะสิ!"

แขกเหรื่อหลายคนเริ่มมุงดู เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นรอบทิศ

"นั่นอดีตภรรยาของประธานฟู่จริงๆ ด้วย! เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?" "ตายจริง สภาพดูไม่จืดเลย กล้ามางานระดับนี้ได้ยังไงกัน" "สงสัยจะมาหาเหยื่อรายใหม่ล่ะมั้ง ผู้หญิงพวกนี้มันน่ากลัวจะตาย"

กู้หว่านอีฟังคำดูถูกเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งเริ่มปรากฏขึ้น เธอไม่ตอบโต้ แต่กลับก้าวเดินเข้าไปหาซ่งหย่าซินช้าๆ รังสีความกดดันแบบเดียวกับที่เคยทำให้ฟู่ซือเยว่และประธานกู้ต้องชะงัก แผ่ซ่านออกมาจนซ่งหย่าซินต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

"คุณหนูซ่งคะ..." กู้หว่านอีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ก่อนที่คุณจะเห่าหอนไปมากกว่านี้ ฉันขอแนะนำให้คุณหันไปดูด้านหลังของคุณสักนิดนะคะ"

ซ่งหย่าซินชะงัก ขมวดคิ้ว "แกจะมาเล่นลูกไม้อะไร นังขยะ!"

"ใครอนุญาตให้เธอเรียกภรรยาของฉันว่าขยะ?"

น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังแทบอยากจะคุกเข่าลงกราบ ดังก้องขึ้นจากด้านหลังของซ่งหย่าซิน

ทุกคนในบริเวณนั้นหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ก่อนที่เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่จะดังขึ้นพร้อมกัน!

บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บประณีต ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติราวกับเทพเจ้าแกะสลัก ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลนั้นกลับเย็นชาและอันตรายยิ่งกว่าใบมีด เขากำลังเดินแหวกฝูงชนเข้ามา พร้อมกับชายชราผู้มีกลิ่นอายปรมาจารย์ และประธานบริษัทกู้กรุ๊ปผู้ยิ่งใหญ่!

"พ... พี่ถิงโจว!?" ซ่งหย่าซินหน้าถอดสี รีบปรับสีหน้าเป็นอ่อนหวานไร้เดียงสาทันที "พี่ถิงโจวคะ ผู้หญิงคนนี้มันลักลอบเข้ามาในงานค่ะ มันเป็นแค่เมียเก่าของพวกตระกูลฟู่ที่เพิ่งล้มละลาย ฉันกำลังจะเรียก รปภ. มาลากตัวมันออกไป..."

ยังไม่ทันที่ซ่งหย่าซินจะพูดจบ จิ่งถิงโจวก็เดินผ่านหน้าเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไร้ค่า เขาก้าวตรงดิ่งเข้าไปหากู้หว่านอี แววตาที่เคยเย็นชาและโหดเหี้ยม พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอบอุ่นราวกับแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ

ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศค่อยๆ ยื่นมือไปกุมมือบางของกู้หว่านอีไว้ ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือของเธออย่างทะนุถนอม ท่ามกลางสายตาตกตะลึงนับร้อยคู่!

"หว่านหว่านของฉัน... พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเดินออกมาคนเดียว แมลงหวี่แมลงวันในงานนี้มันเยอะ เดี๋ยวจะทำให้เธอรำคาญใจเปล่าๆ" จิ่งถิงโจวเอ่ยเสียงนุ่ม

"พี่ถิงโจว!!" ซ่งหย่าซินกรีดร้องออกมาอย่างลืมตัว "พี่ทำอะไรน่ะคะ! ผู้หญิงคนนั้นมันเป็นแค่ขยะที่โดนผัวทิ้งนะคะ! มันเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน!"

คราวนี้ไม่ใช่จิ่งถิงโจวที่ตอบโต้ แต่เป็น 'อาจารย์ลู่' ที่กระแทกไม้เท้าลงบนพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่นจนห้องโถงสั่นสะเทือน!

"หุบปากสกปรกของแกเดี๋ยวนี้ นังเด็กตระกูลซ่ง!" อาจารย์ลู่ตวาดลั่น ดวงตาฝ้าฟางฉายแววพิโรธขีดสุด "ผู้หญิงที่แกกำลังชี้หน้าด่าว่าหิวเงิน คือหลานสาวสายเลือดแท้ๆ ของฉัน! คือสมบัติล้ำค่าที่ตระกูลกู้ทะนุถนอมยิ่งกว่าชีวิต!"

ประธานกู้ก้าวออกมาข้างหน้า รัศมีแห่งความยิ่งใหญ่แผ่ซ่าน "และผู้หญิงที่แกเรียกว่าขยะ... คือ 'กู้หว่านอี' ทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลกู้ และประธานบริหารคนใหม่ของกู้กรุ๊ป! แกมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกลูกสาวของฉัน!!"

เพล้ง!!

แก้วแชมเปญในมือของแขกเหรื่อหลายคนร่วงแตกกระจายเต็มพื้น ซ่งหย่าซินเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่ากลางกบาล ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนทรุดลงไปกองกับพื้นในสภาพดูไม่จืด

ผู้หญิงจืดชืดที่แต่งตัวธรรมดาคนนี้... ผู้หญิงที่โดนผัวทิ้งคนนี้... คือคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ที่ทุกคนกำลังรอคอยงั้นเหรอ!?

นี่เธอ... เพิ่งจะด่าทอทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ... แถมยังไปด่าต่อหน้าผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในประเทศอย่างจิ่งถิงโจวอีกงั้นเหรอ!?

หายนะของจริง... เพิ่งจะมาเยือนตระกูลซ่งเสียแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป